หนังจีนชุด ลำนำทะเลทราย Sound Of The Desert DVD 7 แผ่นจบ

ดูหนัง ลำนำทะเลทราย Sound Of The Desert
  • ch963
  • ลำนำทะเลทราย Sound Of The Desert DVD 7 แผ่นจบ
  • พากย์ไทย
  • สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนหนังจีน กับ ซีรีย์จีนทุ่มทุนสร้าง เวอร์ชั่นใหม่ เรตติ้งสูงมาก
  • โปรดเลือกรูปแบบที่ท่านต้องการ ราคา
    ฿175
    ฿245
    ฿315
  •  



ลำนำทะเลทราย (Sound of the Desert)

ละคร "ลำนำทะเลทราย (Sound of the Desert)" ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง "ต้าโม่เหยา (Ballad of the Desert)" ของนักประพันธ์หญิงชาวจีนนามว่า "ถงหัว" แต่หลังจาก SARFT (หน่วยงานของรัฐบาลที่คอยตรวจสอบและควบคุม สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ภาพยนตร์  โทรทัศน์ ฯลฯ) ตรวจสอบแล้วพบว่าเนื้อหาในละครขัดแย้งกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์จึงขอให้ผู้ผลิตทำการปรับปรุงแก้ไข ทำให้ละครถูกยกเครื่องใหม่ทั้งที่ผลิตเสร็จแล้ว โดยชื่อเมือง เผ่าต่างๆ ราชวงศ์ และชื่อตัวละคร (ที่นำบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มาอ้างอิง) ได้ถูกเปลี่ยนเป็นชื่อสมมุติทั้งหมด ขณะที่ธงทหาร ตราหรือป้ายชื่อต่างๆ รวมทั้งเสียงพากย์และซับไตเติ้ลก็ต้องรื้อทำใหม่เช่นกัน

เรื่องย่อ (นิยาย)  

 

เพื่อความเข้าใจในเนื้อหาและที่มาที่ไปของเรื่องราวจึงขอนำเสนอเรื่องย่อในเวอร์ชั่นนิยาย เพราะเห็นภาพได้ชัดเจนกว่า ถึงแม้ว่าชื่อบุคคล สถานที่ ฯลฯ จะแตกต่างจากในละครก็ตาม

นิยายเรื่อง "ลำนำทะเลทราย" กล่าวถึงเรื่องราวของเด็กกำพร้านามว่า "อวี้จิ่น" ซึ่งถูกเลี้ยงดูโดยหมาป่าในทะเลทรายแถบซีอวี้ (ทะเลทรายแถบตะวันตกหรือแถบซินเจียงฯ ในปัจจุบัน) ก่อนที่จะมีชายชาวฮั่นซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเผ่าซงหนู ลากตัวเธอไปที่เผ่าแล้วเลี้ยงดูในฐานะลูกบุญธรรมเมื่อเก้าปีก่อนหมายตอบแทนที่เธอช่วยชีวิตเขาเอาไว้ (ความจริงแล้วเผ่าซงหนูกับต้าฮั่นเป็นศัตรูกัน)  เธอจึงได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ อาทิ การใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ การอ่าน-เขียนอักษรฮั่น การเมืองในราชสำนัก กลยุทธการศึกสงคราม ศิลปะการต่อสู้ ฯลฯ จากพ่อบุญธรรมซึ่งเป็นอาจารย์ของรัชทายาท "อวีตัน" (พ่อบุญธรรมของเธอไม่สอนภาษาซงหนู เพราะหวังว่าสักวันจะพาเธอกลับไปใช้ชีวิตที่ต้าฮั่นซึ่งเป็นบ้านเกิด และไม่สอนให้เธอขี่ม้าเพราะกลัวเธอหนีไป) เธอจึงมีเพื่อนเป็นเด็กชาวซงหนู รวมทั้งเพื่อนรุ่นพี่อย่างรัชทายาทอวีตัน กับอ๋อง "อีจื้อเสีย" (อาของรัชทายาทอวีตัน / น้องชายคนเล็กของเจ้าผู้ครองเผ่า) รวมทั้งเด็กหญิงที่ชื่อ "มู่ต๋าตั่ว" 

หลังจากนั้นไม่กี่ปีได้เกิดความพลิกผันทางการเมืองขึ้นในเผ่า ส่งผลให้พ่อบุญธรรมของอวี้จิ่นเสียชีวิต อวีตันพาอวี้จิ่นหลบหนีออกจากเผ่าซงหนูหมายมุ่งหน้าไปยังแผ่นดินต้าฮั่นตามคำสั่งเสียของพ่ออวี้จิ่น แต่อีจื้อเสียซึ่งขึ้นแท่นเป็นผู้ปกครองเผ่าคนใหม่ส่งทหารออกติดตามทั้งคู่อย่างไม่ลดละตลอดสองวันเต็มๆ อวีตันเห็นว่าขืนควบม้าหลบหนีต่อไปพวกตนคงไม่รอดแน่จึงหว่านล้อมให้อวี้จิ่นกลับไปอยู่กับฝูงหมาป่าในทะเลทรายตามเดิมโดยสัญญาว่าจะกลับมารับ หลังจากนั้นเขาก็ควบม้าหนีไปอีกทางหมายเอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อเหล่าทหารให้ติดตามตน



หลายปีต่อมาอวี้จิ่นเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นและยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางฝูงหมาป่าในทะเลทราย และนั่นก็ทำให้เธอได้พบกับชายขาพิการนามว่า "เมิ่งซีม่อ" หรือท่านเก้า (เมิ่งจิ่ว) ซึ่งร่วมขบวนมากับกลุ่มพ่อค้า ตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะขโมยเสื้อผ้าสตรีสักชุดและเกลืออีกเล็กน้อยแต่ถูกจับได้เสียก่อน เมื่อท่านเก้ารู้ความประสงค์ของเธอจึงมอบชุดสตรีชาวโหลวหลัน (อาณาจักรโบราณในแถบซินเจียงซึ่งอยู่ระหว่างต้าฮั่นกับเผ่าซงหนู) ที่ทั้งสวยและล้ำค่าให้เธอ ในเวลาต่อมาเธอได้ช่วยคนกลุ่มหนึ่งให้รอดพ้นจากการโจมตีของโจรทะเลทราย หนึ่งในนั้นก็คือ  "ฮั่วชวี่ปิ้ง" ซึ่งในตอนนั้นเธอรู้เพียงว่าเขาชื่อ "เสี่ยวฮั่ว"  ชายในกลุ่มขอให้เธอช่วยนำทางเพราะพวกตนถูกโจรไล่ล่าจนหลงทาง โดยบอกว่าจะไปเมืองตุนหวงก่อนย้อนกลับฉางอัน อวี้จิ่นจึงช่วยนำทางไปยังบ่อน้ำพุร้อนจันทร์เสี้ยวโดยบอกทุกคนว่าตนชื่อ "จินอวี้" ตลอดการเดินทางสองวันเธอได้ยินเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับเมืองฉางอัน (เมืองหลวงของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก) มากมาย ทำให้นึกถึงความปรารถนาของพ่อที่อยากให้เธอไปอยู่ที่นั่น  เธอจึงขอเงินจำนวนหนึ่งจากเสี่ยวฮั่วเป็นค่าตอบแทนในการนำทาง หลังครุ่นคิดอยู่นานในที่สุดอวี้จิ่นก็บอกลา "พี่หมาป่า" แล้วมุ่งหน้าไปยังเมืองฉางอันตามลำพังโดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นจินอวี้

หลังใช้เงินจนหมด จินอวี้เลยต้องระเห็จออกไปอยู่กับกลุ่มขอทานนอกเมืองฉางอันทำให้ได้รู้จักกับขอทานน้อย "โกว่หวาจื่อ" และขอทานเฒ่า เมื่อขอทานน้อยโกว่หวาจื่อแนะให้เธอไปเคาะประตูของานตามบ้าน เธอจึงกลับเข้าไปในเมืองฉางอันเพื่อรับจ้างซักผ้าแต่ถูกปฏิเสธจากทุกคน ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมแพ้ พอไปบ้านหลังหนึ่งแล้วถูกปฏิเสธอีกตามเคยเธอจึงตื๊อขอทำงานอื่นๆ แลกอาหาร เมื่อ "หงกู" (ป้าหง) มาพบเข้าจึงอนุญาตให้เธอกวาดลานบ้านก่อนยกเกี๊ยวและน้ำชามาให้เธอดื่มกิน จินอวี้กินเกี๊ยวและน้ำชาอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่รู้ว่ามียาสลบผสมอยู่ รู้ตัวอีกทีเธอก็พบว่าตนเองถูกขังอยู่ในห้องพร้อมเด็กสาวที่ชื่อ "ฟางหรู" ซึ่งถูกแม่เลี้ยงขายให้เรือนร้องรำที่ชื่อ  "ลั่วอวี้ฝาง" หรือ "เรือนหยกโปรย" เมื่อเห็นว่าไม่มีทางหนีพ้น ซ้ำยังไม่มีที่ไป จินอวี้จึงยอมทำตามคำสั่งของหงกูซึ่งเป็นผู้ดูแลเรือนหยกโปรย และได้เรียนรู้วิชาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำ ร้องเพลง เป่าขลุ่ย เย็บปักถักร้อย ฯลฯ จากที่นั่น



หลังผ่านไปนานสามเดือนนายห้างสือฝ่างส่งคนมาตามหาจินอวี้ที่เรือนหยกโปรย (ซึ่งเป็นกิจการในเครือสือฝ่าง) จินอวี้นึกสงสัยว่านายห้างคนดังกล่าวอาจเป็นเสี่ยวฮั่ว แต่แล้วกลับพบว่าเขาคือท่านเก้า แถมขอทานน้อยโกว่หวาจื่อยังทำงานที่คฤหาสน์สือของท่านเก้าโดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "สือเฟิง" อีกด้วย ท่านเก้าเล่าว่าสือเฟิงแอบนำชุดของเธอ (ที่ท่านเก้ามอบให้) ไปจำนำเพราะต้องการเงินมารักษาปู่ บังเอิญว่าเถ้าแก่โรงจำนำติดตามท่านเก้าไปซีอี้ (ดินแดนตะวันตก) ในครานั้นด้วยจึงจำชุดได้และรีบมารายงาน ท่านเก้าจึงรู้ว่าจินอวี้อยู่ในเมืองฉางอัน จินอวี้ขอให้ท่านเก้าละเว้นหงกูที่ทำผิดกฏ  (ท่านเก้าห้ามไม่ให้หลอกหรือบังคับหญิงสาวมาทำงานที่เรือนหยกโปรย) ทั้งยังขอให้เขารับเธอเข้าทำงานที่สือฝ่าง ท่านเก้ารับปากว่าจะหางานที่เหมาะกับเธอและบอกให้เธอพักที่คฤหาสน์สือในฐานะแขกของตนไปพลางๆ ก่อน

เมื่อจินอวี้กลับไปเยี่ยมหงกูที่เรือนหยกโปรยแล้วรู้ว่าเรือนหยกโปรยของท่านเก้ากำลังอยู่ในช่วงขาลง ผิดกับคู่แข่งอย่างเรือนฟ้าหอมที่กำลังโตวันโตคืน จินอวี้จึงอาสาดูแลเรือนหยกโปรยให้ท่านเก้าและหมายมั่นว่าจะฟื้นฟูกิจการให้กลับมารุ่งโรจน์ดังเดิม และกลยุทธเด็ดที่เธอคิดจะนำมาเป็นจุดขายคือการแสดงชุดบุปผาเบ่งบานซึ่งกล่าวถึงเรื่องราวความรักระหว่างสตรีสูงศักดิ์อย่าง "องค์หญิงผิงหยาง" (พระพี่นาง) กับอดีตคนเลี้ยงม้า ซึ่งปัจจุบันคือพระสวามีและแม่ทัพใหญ่นามว่า "เว่ยชิง" (น้องชายฮองเฮา / น้าของฮั่วชวี่ปิ้ง) แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือต้องการให้พระพี่นางช่วยหนุนหลังเรือนหยกโปรย

วันหนึ่ง "หลี่เหยียนเหนียน" แบกพิณมาขอทำงานที่เรือนหยกโปรย หลังพบว่าฝีมือบรรเลงเพลงพิณของเขาไม่ธรรมดาจินอวี้จึงสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่ไปสมัครที่เรือนร้องรำชื่อดังอย่างเรือนฟ้าหอม เหยียนเหนียนยอมรับว่าเรือนฟ้าหอมรับตนเข้าทำงานแล้ว แต่หลังจากน้องสาวของตนได้ยินข่าวเรื่องการแสดงชุดบุปผาเบ่งบาน นางจึงอยากให้ตนมาทำงานที่นี่ จินอวี้แปลกใจที่น้องสาวของเหยียนเหนียนมองแผนการของตนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทั้งยังสงสัยว่านางมีแผนการอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องการสานสัมพันธ์กับพระพี่นางเช่นเดียวกับตน ถึงกระนั้นจินอวี้ก็รับเหยียนเหนียนเข้าทำงาน เธอรู้ว่าเขาและน้องๆ มาจากต่างถิ่นและไม่มีที่ซุกหัวนอนจึงบอกให้เขาพาน้องชายน้องสาวมาพักในห้องว่างที่เรือนหยกโปรย



ครั้นได้พบ "หลี่เหยียน" น้องสาวของเหยียนเหนียน จินอวี้และหงกูก็ถึงกับตกตะลึงในท่วงท่าและกิริยาอันอ่อนช้อย แม้หญิงสาวจะสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าแต่จินอวี้และหงกูรู้ว่าเธอมีรูปโฉมที่งดงาม ถึงกระนั้นก็มีเพียงจินอวี้ที่รู้ว่าหลี่เหยียนมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง หลังเปิดการแสดงชุดบุปผาเบ่งบาน เรือนหยกโปรยก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อฮั่วชวี่ปิ้งมาชมการแสดงชุดดังกล่าวและได้พบจินอวี้อีกครั้งเขาก็รู้สึกดีใจ เธอยังไม่ทันได้คุยกับเขาก็ต้องปลีกตัวไปต้อนรับท่านเก้า  เขาจึงได้แต่นั่งหน้าบูดจนหงกูต้องมาตามจินอวี้ไปช่วยรับมือ ฮั่วชวี่ปิ้งอธิบายว่าตอนที่อยู่ในทะเลทรายเขาโกหกเธอว่าตนเป็นพ่อค้าเพราะในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นคนของฝ่ายใดกันแน่ เขาเห็นเธอเปิดการแสดงชุดบุปผาเบ่งบานจึงแอบผิดหวังเพราะนึกว่าเธออยากเข้าวัง (เขารู้ว่าเธอเปิดการแสดงชุดดังกล่าวเพื่อดึงดูดความสนใจจากพระพี่นาง เพราะพระพี่นางกำลังสรรหาหญิงงามคนใหม่ไปถวายฮ่องเต้) เมื่อจินอวี้ปฏิเสธเขาก็รู้สึกโล่งใจและถามต่อว่าแผนของเธอคืออะไรกันแน่ จินอวี้หันไปมองหลี่เหยียนแล้วบอกว่าแผนของตนอยู่ที่นาง

ทันใดนั้นก็มีคนมารายงานว่าท่านเก้าได้ชมการแสดงชุดดังกล่าวแล้วรู้สึกโกรธมาก  ฮั่วชวี่ปิ้งได้ยินดังนั้นก็สิ้นสงสัยว่าทำไมอยู่ๆ สือฝ่างจึงยอมให้เรือนหยกโปรยเปิดการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์  ที่แท้จินอวี้กระทำเองโดยพลการ ถึงกระนั้นเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้จึงอาสาไปพบท่านเก้าเป็นเพื่อนเธอ จินอวี้แอบอุ่นใจที่มีคนเป็นห่วงและส่ายหน้าแทนคำตอบ  ฮั่วชวี่ปิ้งจึงเปรยว่าหากสือฝ่างไม่ต้องการเธอก็ให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านตน ท่านเก้ารู้ว่าจินอวี้คิดการณ์ใหญ่ถึงกล้านำเรื่องส่วนตัวของพระพี่นางมาทำการแสดง จินอวี้ยอมรับว่าตนต้องการสานสัมพันธ์กับพระพี่นาง แท้จริงแล้วจินอวี้เข้าใจเรื่องการเมืองและขั้วอำนาจในราชสำนักเป็นอย่างดี เธอเดาว่าที่กิจการของสือฝ่างตกต่ำเพราะอยู่คนละขั้วอำนาจจึงไม่ได้รับการสนับสนุนจากสกุลเว่ยของฮองเฮาซึ่งกำลังเรืองอำนาจในราชสำนัก ท่านเก้าเห็นว่าจินอวี้เป็นคนทะเยอทะยานและกล้าได้กล้าเสียเลยไม่อยากเอาชีวิตทุกคนมาเสี่ยง เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตัดรอนว่าจะขายเรือนหยกโปรยให้เธอ นับจากนี้เรือนหยกโปรยไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสือฝ่างอีก จะบริหารจัดการอย่างก็สุดแท้แต่เธอ

ในที่สุดพระพี่นางก็เสด็จมาชมการแสดงชุดบุปผาเบ่งบานที่เรือนหยกโปรยซึ่งนำแสดงโดยฟางหรูกับชิวเซียง พอฮั่วชวี่ปิ้งรู้เข้าก็รีบตามมาเพราะกลัวว่าพระพี่นางจะพาจินอวี้เข้าวัง แม้จะรู้สึกประทับใจแต่พระพี่นางกลับไม่ต้องการให้เปิดการแสดงชุดนี้อีก จินอวี้รีบคุกเข่าขอรับโทษ พระพี่นางหันมาชื่นชมในรูปโฉมและสติปัญญาของจินอวี้ ฮั่วชวี่ปิ้งเห็นดังนั้นจึงรีบแก้ไขสถานการณ์ด้วยการทำตัวสนิทสนมกับจินอวี้ จากนั้นก็โม้ว่าตนกับจินอวี้เคยเผชิญความเป็นความตายในทะเลทรายมาด้วยกัน จินอวี้จึงจัดการแสดงชุดนี้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากตน เมื่อพระพี่นางเสด็จกลับแล้ว จินอวี้จึงบอกฮั่วชวี่ปิ้งว่าตนจะส่งหลี่เหยียนเข้าวัง  ฮั่วชวี่ปิ้งจึงคิดที่จะช่วยเธออีกแรง


จินอวี้รู้ว่าหลี่เหยียนต้องการเข้าวังแต่ไม่รู้ว่าหลี่เหยียนเป็นใครและมีจุดประสงค์ใดกันแน่ เธอจึงเปิดอกคุยกับหลี่เหยียนทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วบิดาของหลี่เหยียนเป็นชาวโหลวหลันที่ถูกทูตชาวฮั่นทรมานจนตาย ในตอนนั้นมารดาหลี่เหยียนซึ่งเป็นชาวฮั่นเพิ่งตั้งครรภ์ได้เพียงหนึ่งเดือน นางจึงโกรธเกลียดและไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นชาวฮั่น เมื่อพ่อของหลี่เหยียนเหนียนและหลี่ก่วงลี่ซึ่งเดินทางไปท่องเที่ยวในแดนซีอวี้ช่วยชีวิตนางเอาไว้ นางจึงแต่งงานกับเขาแล้วย้ายมาอยู่จงหยวน (ที่ราบภาคกลางซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของชาวฮั่น) ถึงกระนั้นแม่ของหลี่เหยียนก็พาเธอกลับไปไหว้หลุมศพบิดาที่เนินมังกรขาวทุกปี แม้จะรู้ว่าหลี่เหยียนต้องการเข้าวังเพื่อแก้แค้นและกำราบฮ่องเต้ไม่ให้รังแกชาวโหลวหลัน แต่จินอวี้ยังคิดที่จะสนับสนุนเธอ ในที่สุดจินอวี้ก็ช่วยให้หลี่เหยียนเข้าวังได้สำเร็จ

ขณะเดินกลับเรือนหยกโปรยในยามค่ำคืนกับฮั่วชวี่ปิ้ง จินอวี้ตกใจจนแทบช็อคเมื่อเห็นอีจื้อเสียเดินออกจากเรือนฟ้าโปรยโดยแต่งกายเป็นชาวฮั่น เธอไม่นึกฝันว่าเจอเขาในเมืองฉางอัน ฮั่วชวี่ปิ้งรู้สึกได้ว่าจินอวี้กำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างจึงสงสัยว่าเธอกลัวอะไร จินอวี้ไม่ต้องการให้อีจื้อเสียเห็นตนจึงโผเข้ากอดฮั่วชวี่ปิ้งและซุกหน้าไปที่ไหล่ของเขา  ฮั่วชวี่ปิ้งจึงปลอบและให้คำมั่นกับเธอว่าตราบใดที่ตนอยู่ที่นี่จะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนในเมืองฉางอันทำร้ายเธอโดยเด็ดขาด นึกไม่ถึงว่ามู่ต๋าตั่วจะจำจินอวี้ได้ ก่อนเดินทางกลับเผ่าซงหนู มู่ต๋าตั่วแอบมาพบจินอวี้ที่เรือนหยกโปรยตามลำพัง จากนั้นก็เล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียเพื่อนรักอย่างอดีตรัชทายาทอวีตันและพ่อบุญธรรมหวนคืนมาอีกครั้ง มู่ต๋าตั่วรู้ว่าจินอวี้ไม่อยากพบเจออีจื้อเสียอีกจึงสัญญาว่าจะเก็บเรื่องที่พบเธอเป็นความลับ (ทุกคนในเผ่าคิดว่าเธอตายแล้ว)

แม้จินอวี้จะไม่ได้อยู่ร่วมชายคากับท่านเก้าแล้วแต่ทั้งคู่ยังคงสื่อสารกันผ่านนกพิราบ เมื่อท่านเก้าเป็นฝ่ายเรียกเธอไปพบเป็นครั้งแรกในช่วงวันปีใหม่ เธอจึงรู้สึกดีใจมากและอยากเผยความรู้สึกให้เขารับรู้ หลังถามไถ่เรื่องสุขภาพด้วยความเป็นห่วงแล้วท่านเก้าก็ถือโอกาสฉลองปีใหม่และวันเกิดเธอด้วยบะหมี่ (เส้นบะหมี่หมายถึงอายุยืน) เมื่อจินอวี้แย้งว่าวันนี้ไม่ใช่วันเกิดเธอ ท่านเก้าจึงชี้ว่าทุกคนควรมีวันพิเศษ แต่เนื่องจากจินอวี้ไม่รู้ว่าตนเองเกิดวันไหน เขาเลยอยากให้ถือเอาวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ เมื่อปีก่อนเธอกับเขาได้พบกันอีกครั้งในวันนี้จึงนับว่าเป็นวันดี ซ้ำยังเป็นวันแรกของปี จากนี้ไปเวลาทุกคนฉลองปีใหม่ก็จะฉลองวันเกิดให้เธอด้วย จินอวี้ซาบซึ้งจนพูดไม่ออก ปกติเธอชอบทานเนื้อแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอคิดว่าบะหมี่อร่อยที่สุด เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับจินอวี้หาเรื่องอิดออดโดยบอกท่านเก้าว่าเธอเพิ่งหัดเป่า (ขลุ่ย) เพลงใหม่และเพลงนี้ก็เพราะกว่าเพลงเดิมที่เธอเคยเป่าให้ฟัง ท่านเก้าจึงส่งขลุ่ยหยกให้เธอ




เนื้อหาของบทเพลงเป็นการเผยความในใจของหญิงสาวหมายให้ชายที่ตนรักรับรู้และยอมรับรัก แม้จินอวี้จะฝึกเป่าเพลงนี้มานาน แต่เธอกลับตื่นเต้นจนมือสั่นเพราะนั่นคือความในใจที่เธออยากบอกท่านเก้า ครั้นพอเป่าจบต่างคนต่างนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ท่านเก้ารู้ความหมายของเพลงนี้ดีและเข้าใจเจตนาของจินอวี้ แต่เขากลับทำลายความเงียบด้วยการบอกเพียงว่าเป็นเพลงที่ไพเราะแต่เธอยังเป่าได้ไม่ดี พูดจบเขาก็ไล่ให้เธอกลับบ้านโดยบอกว่าค่ำแล้ว จินอวี้รู้สึกเจ็บแปลบที่ใจหลังถูกปฏิเสธ เธอส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามให้เขาแต่เขากลับแกล้งทำเป็นไม่เห็นและไม่สนใจเธออีก จินอวี้รอดูครู่หนึ่งว่าเขาจะหันกลับมาหาเธอหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้และเดินจากไปเงียบๆ ครั้นพอเดินไปถึงหน้าประตูเธอเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองหยิบขลุ่ยติดมือมาด้วยจึงนำขลุ่ยกลับไปวางคืนบนโต๊ะ ปรากฏว่าเธอเผลอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อทำให้มีเลือดออก ขลุ่ยจึงพลอยแปดเปื้อนเลือดของเธอ

จินอวี้เดินออกจากคฤหาสน์สือเหมือนร่างไร้วิญญาณ คำพูดของท่านเก้ายังคงวนเวียนอยู่ในหัว เธอรู้สึกสับสนระคนสงสัยว่า ในเมื่อท่านเก้าไม่มีใจแล้วเขาคอยเป็นห่วงเป็นใยและทำดีกับเธอทำไม จินอวี้เดินเหม่อลอยไปตามถนนท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสะเก็ดประทัดกระเด็นมาถูกกระโปรง รู้ตัวอีกทีไฟก็เริ่มลุกไหม้ ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งช่วยดับไฟให้เธอและเขาคนนั้นก็คือฮั่วชวี่ปิ้ง เขาเห็นเธอกำลังเศร้าหมองจึงพาขึ้นเกี้ยวไปฉลองปีใหม่ในค่ายทหารของกองกำลังอวี่หลิน หลังจินอวี้ซึ่งคอไม่แข็งดื่มเหล้าจนเมาปลิ้น ฮั่วชวี่ปิ้งจึงพาเธอไปส่งที่เรือนหยกโปรย จินอวี้นึกว่าเขาคือท่านเก้าเลยคว้าแขนเสื้อเขาไว้ไม่ยอมให้กลับและถามว่าทำไมถึงดีกับตน หากเขาไม่เหลียวแลตน ตนคงไม่ทุกข์ทรมานถึงเพียงนี้  เมื่อจินอวี้ผลอยหลับไปฮั่วชวี่ปิ้งจึงบอกให้หงกูตัดเล็บจินอวี้เพื่อที่เธอจะได้ไม่ทำร้ายตัวเองอีก

จินอวี้ทนความคิดถึงท่านเก้าไม่ไหวแต่ไม่กล้าสู้หน้าจึงแอบปีนหลังคาบ้านที่อยู่ตรงข้ามคฤหาสน์สือแล้วแอบมองเรือนไผ่ของท่านเก้าทั้งคืนถึงแม้ว่าจะเห็นเพียงแสงตะเกียงก็ตาม พอลงจากหลังคาตอนรุ่งสาง จินอวี้ก็รู้สึกตกใจเมื่อพบฮั่วชวี่ปิ้งยืนจ้องอยู่ หลังจากวันนั้นจินอวี้ก็ติดต่อกับท่านเก้าผ่านนกพิราบสื่อสารดังเดิมโดยแกล้งทำเป็นขอเทียบยาประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปรากฏว่าท่านเก้าตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยดังเดิม ฮั่วชวี่ปิ้งจะไปปราบเผ่าซงหนูในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจึงแวะมาถามจินอวี้ว่าอยากกลับแดนซีอวี้ (ตะวันตก) กับตนไหม เมื่อจินอวี้บอกว่ายังไม่อยากกลับเขาก็รู้สึกผิดหวัง ถึงกระนั้นจินอวี้ก็รับปากว่าจะไปส่งตอนเขาเคลื่อนทัพออกจากเมือง




จินอวี้ไปหาท่านเก้าที่คฤหาสน์สือ บังเอิญว่าท่านเก้าจะไปทำธุระนอกเมืองจึงชวนเธอไปด้วย ระหว่างเดินทางมีชายสองคนควบม้าไล่ตามรถม้าของท่านเก้า ครั้นพอถูกจับได้และรู้ว่ารถม้าคันดังกล่าวเป็นของสือฝ่างทั้งคู่ก็รู้สึกตกใจและรีบขออภัยที่ล่วงเกิน ที่แท้ทั้งคู่ถูกว่าจ้างให้มาลอบสังหารจินอวี้ จินอวี้ทั้งตกใจและสงสัยว่าใครกันแน่ที่ต้องการเอาชีวิตตน เธอไม่เคยสร้างศัตรูที่ซีอวี้และถ้าหากเป็นอีจื้อเสียเขาคงไม่เสียเวลาจ้างนักฆ่าให้ยุ่งยาก หลังทั้งคู่ยอมตายแต่ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนว่าจ้าง จินอวี้จึงขอให้คนของท่านเก้าปล่อยทั้งคู่ไปและไม่ต้องสืบสาวราวเรื่องอีก

องค์หญิงผิงหยางส่งของขวัญล้ำค่ามาให้เรือนหยกโปรยมากมายหลังหลี่เหยียนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระสนม  หงกูดีใจมากและคิดว่าอีกไม่นานหลี่เหยียนจะต้องส่งของขวัญมาให้พวกตนเช่นกัน จินอวี้บอกให้หงกูทำรายการของขวัญที่ได้มาแล้วเก็บไว้เฉพาะของที่เธอชอบ ส่วนที่เหลือให้นำไปขาย หลังไปส่งฮั่วชวี่ปิ้งออกรบตามสัญญาแล้วจินอวี้ได้รับแจ้งว่าท่านเก้าอยากพบเธอ ครั้นไปถึงก็พบว่าท่านเก้าต้องการยืมเงินจากเธอ เขาไม่สามารถบอกเธอได้ว่าจะนำเงินไปทำอะไรแต่รับปากว่าหากธุรกิจไปได้สวยเขาจะคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้เธอในปีหน้า  จินอวี้รวบรวมเงินทั้งหมดที่เธอมีแต่ก็ได้เพียงหนึ่งในสามของจำนวนเงินที่ท่านเก้าต้องการ เธอเดาว่าเขาต้องการนำเงินก้อนโตไปช่วยชาวซีอวี้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามและความอดอยากอันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด พอนึกได้ดังนั้นจินอวี้ก็คิดว่าตนทำถูกแล้วที่ส่งหลี่เหยียนเข้าวัง เพราะหลี่เหยียนเข้าวังหมายหยุดยั้งการรุกรานแดนซีอวี้ของต้าฮั่น ขณะที่ท่านเก้าเองก็ต้องการปกป้องชนเผ่าในแดนซีอวี้เช่นกัน

กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองคิดผิดทั้งจินอวี้และคนที่เธอรักก็ตกอยู่ในอันตราย ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปและใครคือคนที่ได้อยู่เคียงข้างจินอวี้





Views: 365