หนังจีนชุด Lost love in times อภินิหารรักเหนือบัลลังก์ DVD 11 แผ่นจบ

ดูหนัง Lost love in times อภินิหารรักเหนือบัลลังก์
  • ch968
  • Lost love in times อภินิหารรักเหนือบัลลังก์ DVD 11 แผ่นจบ
  • พากย์ไทย
  • สุดยอดซีรีส์จีนโปรดักชั่นระดับโลก ยอดวิวกว่า 10,000 ล้านวิว โด่งดังจนถูกนำไปสร้างเป็นเกมออนไลน์
  • โปรดเลือกรูปแบบที่ท่านต้องการ ราคา
    ฿275
    ฿385
    ฿495
  •  



Lost love in times

 

เรื่องย่อ อภินิหารรักเหนือบัลลังก์ (Lost Love in Times)

กำกับ: หลินอวี้เฟิน, เหลียงเซิ่งเฉวียน, อวี๋ชุ่ยหัว, เริ่นไห่เทา
เขียนบท: เหราจวิ้น, สือซื่อเยี่ย, เฉินเหวินเจวียน, ต่งซินหรู
แนวละคร: ย้อนยุค, โรแมนติก, แฟนตาซี
จำนวนตอน: 56
ออกอากาศ: จีน - 13 กรกฎาคม 2560 ทางดราก้อนทีวี

 

 เรื่องย่อ

 

ละคร "อภินิหารรักเหนือบัลลังก์ (Lost Love in Times)" ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง "จุ้ยหลิงหลง" ของ "สือซื่อเยี่ย" ผลิตโดยทีมงานคุณภาพจากละครเรื่อง "ตำนานรักเหนือภพ (Journey of flower)" นอกจากนี้ ผู้กำกับ "หลินอวี้เฟิน" และนางเอกสาว "หลิวซือซือ" ยังเคยร่วมงานกันในละครดังเรื่อง "ฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ (Scarlet Heart)" อีกด้วย เนื้อหาในละครกล่าวถึงเรื่องราวความรักระหว่าง "เฟิ่งชิงเฉิน" จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าอู ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์ของวิเศษ "จิ่วจ่วนหลิงหลงสือ"* (เก้าหินหลิงหลงที่สามารถเปลี่ยนชะตามนุษย์ได้) กับ  "หยวนหลิง" องค์ชายสี่แห่งซีเว่ย (ราชวงศ์เว่ยตะวันตกในยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้) 



* หินหลิงหลงทั้งเก้า คือ "แก้วนพรัตน์" หรือ "แก้ว 9 ประการ" ประกอบด้วย ทับทิม (สัมพันธ์กับพระอาทิตย์), มุกดา (สัมพันธ์กับพระจันทร์), เพทาย (สัมพันธ์กับพระอังคาร), มรกต (สัมพันธ์กับพระพุธ), บุษราคัม (สัมพันธ์กับพระพฤหัสบดี),  เพชร (สัมพันธ์กับพระศุกร์) ไพลิน (สัมพันธ์กับพระเสาร์), โกเมน (สัมพันธ์กับพระราหู) และ ไพฑูรย์ (สัมพันธ์กับพระเกตุ) โดยหินหลิงหลงทั้งเก้าจะเรียงตัวตามตำแหน่งยันต์นพเคราะห์ (ทับทิม หรือพระอาทิตย์ จะอยู่ตรงกลางในฐานะที่เป็นศูนย์กลางของการไหลเวียนพลังงานในระบบสุริยจักรวาล โดยมีอัญมณีอื่นๆ อีก 8 ชนิดเรียงตัวล้อมรอบเป็นวงกลม) ซึ่งในละครเรื่องนี้นับเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำเผ่าอู มีความเชื่อมโยงกับมิติที่สี่ ช่วยให้หยั่งรู้อนาคต หรือหยุดเวลาปัจจุบันแล้วเปิดช่วงเวลาที่ต้องการเพื่อกลับไปแก้ไขอดีตได้) 

 

มีตำนานเล่าขานมาแต่ครั้งโบราณกาลว่า ชนเผ่าอู (เผ่าจอมเวทย์)  เร้นกายอยู่ในป่าลึกลับที่มีชื่อว่า "หลีจิ้งเทียน" โดยไม่เคยข้องแวะยุ่งเกี่ยวกับคนธรรมดาทั่วไป พวกเขาจะเชื่อมโยงพลังจิตวิญญาณของทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน (เชื่อมโยงฟ้าดิน) และคอยชี้แนะนำทางราชวงศ์ ตลอดจนปกป้องผู้คนในใต้หล้า เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันที่เผ่าอูจัดการแข่งขันเพื่อทดสอบคุณสมบัติผู้เข้าชิงตำแหน่งผู้นำจอมเวทย์ (มีเพียงผู้นำจอมเวทย์เท่านั้นที่สามารถออกจากหลีจิ้งเทียนเพื่อชี้แนะราชวงศ์และช่วยเหลือผู้คนได้) โดยรอบแรกเป็นการทดสอบความสามารถในการรับมือสถานการณ์คับขัน ปรากฏว่ามีผู้ผ่านเข้ารอบสามคน หนึ่งในนั้นคือ  "เฟิ่งชิงเฉิน" ลูกศิษย์ของผู้อาวุโส "ซีเสีย" และเนื่องจากเผ่าอูก่อตั้งบนความรู้เกี่ยวกับสวรรค์และโลก (หรือตามศาสตร์ฮวงจุ้ย) ดังนั้นรอบที่สองจึงเป็นการแข่งกันหาแหล่งน้ำ โดยสองคนแรกที่พบแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียงก่อนคือผู้ที่ผ่านการทดสอบ



อีกด้านหนึ่งฮ่องเต้ "หยวนอัน" ได้ทำการทดสอบความสามารถของกองทัพและเหล่าองค์ชาย  ("หยวนจ้าน" หรือองค์ชายเจ็ดไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน) ปรากฏว่าในปีนี้ "หยวนหลิง" (องค์ชายสี่ ) ผู้นำกองทัพเสวียนเจี่ย (ทัพเกราะดำ) เป็นฝ่ายชนะและได้เข้าค่ายกลเพื่อเข้าไปชิงป้ายทองเป็นคนแรกอีกตามเคย แต่ทว่าค่ายกลในปีนี้ถูกวางแผนให้เป็นกับดักในการให้ร้ายหยวนหลิง ผู้อาวุโส "เถาเยา" แห่งเผ่าอูสังเกตเห็น "ดาวหยาง" ("หยางซิง" - หยาง หมายถึง พระอาทิตย์ หรือ กลางวัน) สุกสกาวบนท้องฟ้าทั้งที่ไม่ใช่เวลาที่ควรปรากฏจึงรีบบอกซีเสีย ซีเสียเห็นดาวหยางและ "ดาวอิน" ("อินซิง" - อิน) หมายถึง กลางคืน และธาตุหยิน) ปรากฏคู่กันบนท้องฟ้า แถมดาวหยางที่ควรอ่อนแสงกลับสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ จึงรู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีดาวดวงหนึ่งร่วงหล่น และดาวทั้งสองดวงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวังหลวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

หลังเข้าไปในค่ายกล หยวนหลิงและ "หยวนเช่อ" (องค์ชายสิบเอ็ด) ก็ถูกทหารจำนวนมากโจมตีทันที หลังฝ่าด่านทหารมาได้ทั้งคู่ก็พบถุงสีทองแขวนอยู่ตรงหน้า หยวนเช่อเห็นว่าทุกอย่างแลดูง่ายดายเกินไปจึงสังหรณ์ใจว่านี่คือแผนล่อให้พวกตนมาติดกับ ปรากฏว่าของที่อยู่ในถุงไม่ใช่ป้ายทองแต่เป็นป้ายทัพเก้าเมืองที่หายไป เมื่อ "หยวนฮ่าว" (องค์ชายรัชทายาท) มาพบและเห็นกับตาว่าตราทัพที่หายไปอยู่ในมือหยวนหลิงจริงๆ ก็ทั้งผิดหวังและตกใจ (ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้สั่งให้เขาสืบหาหัวขโมยอย่างลับๆ)  "หยวนจี้" (องค์ชายสาม) ยุให้หยวนฮ่าวจับตัวหยวนหลิงไปลงโทษ ส่วน "หยวนหมิง" (องค์ชายเก้า) ประกาศต่อหน้าเหล่าทหารว่าหยวนหลิงขโมยตราทัพหมายก่อกบฏ เขาอ้างว่าฮ่องเต้มีบัญชาลับให้จับหยวนหลิงไปรับโทษในวัง หากขัดขืนให้ลงมือสังหารในค่ายกลได้ทันที หยวนเช่อแย้งว่าหยวนหลิงถูกจัดฉากใส่ร้ายและพยายามอธิบายความจริงให้ทุกคนฟัง แต่หยวนหมิงยืนกรานว่าจะเอาผิดหยวนหลิงตามพระบัญชาให้ได้



หยวนหลิงกล่าวว่าหากฝ่าบาทต้องการเอาชีวิตข้ารับใช้อย่างตน แล้วตนจะพูดเป็นอื่นได้อย่างไร หยวนเช่อ (องค์ชายสิบเอ็ด) ได้ยินดังนั้นจึงรู้ว่าที่แท้พระบิดาของพวกตนเป็นคนจัดฉากใส่ร้ายหยวนหลิง หยวนหลิงบอกให้หยวนเช่อกลับเข้าวังไปก่อนแล้วค่อยคิดหาทางออกในเรื่องนี้ หยวนหมิง  (องค์ชายเก้า) แนะให้หยวนเช่อเอาตัวรอดด้วยการเป็นพยานว่าหยวนหลิงขโมยตราทัพ แต่หยวนเช่อยืนกรานว่าตนอยู่ข้างหยวนหลิง หยวนหมิงจึงสั่งให้เหล่าทหารจัดการทั้งคู่ทันที เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามมีกำลังทหารเป็นจำนวนมากหยวนหลิงกับหยวนเช่อจึงรับมือไม่ไหวและพากันถอยหนี ในที่สุดทั้งคู่ก็จนมุมริมหน้าผาสูง หยวนหมิงบอกให้หยวนหลิงยอมแพ้และมอบตัว ก่อนชี้ว่าคนที่มีผลงานโดดเด่นกว่าฮ่องเต่มักมีจุดจบที่น่าอนาถ หยวนหลิงกล่าวว่าไม่เคยมีใครในกองทัพเสวียนเจี่ย (ทัพเกราะดำ) ที่ยอมจำนน และเหน็บว่านอกจากฮ่องเต้แล้วยังมีคนอื่นที่ทนเห็นตนดีเกินหน้าไม่ได้ เมื่อหยวนหมิงสั่งให้ทหารจับหยวนหลิง หยวนหลิงจึงลั่นวาจาว่าตนไม่มีทางยอมให้ใครใส่ร้าย และจะตัดสินใจเองว่าตนควรอยู่หรือตาย พูดจบเขาก็กระโจนลงจากหน้าผา แต่ยังไม่วายถูกธนูยิงที่หน้าอก

 

ขณะกำลังเดินหาแหล่งน้ำ ชิงเฉินเห็นหยวนหลิงลอยละลิ่วลงมาจากผาสูงและกำลังจะตกลงสู่พื้นเบื้องหน้า เธอจึงร่ายเวทมนต์ประคองร่างเขาเอาไว้และค่อยๆ วางลง หลังตรวจดูชีพจรและพบว่าเขามีแผลที่หน้าอก เธอจึงกล่าวว่าแม้อวัยวะภายในจะไม่เสียหายแต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีชีวิตเขาอาจตกอยู่ในอันตราย หลังได้ยินเสียงสัญญาณแจ้งว่ามีคนพบแหล่งน้ำแล้ว ชิงเฉินจึงเตือนหยวนหลิงว่าคนนอกอย่างเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในหลีจิ้งเทียน  ดังนั้นเขาควรรีบไปจากที่นี่ ชิงเฉินจะรีบไปหาแหล่งน้ำแต่หยวนหลิงคว้าข้อมือเธอเอาไว้ก่อนถามว่าตนอยู่ในหลีจิ้งเทียนหรือ และเธอเป็นจอมเวทย์เผ่าอูใช่หรือไม่ ชิงเฉินถามกลับว่าเขาเป็นใครแต่หยวนหลิงหมดสติไปเสียก่อน หลังจากนั้นชิงเฉินก็พบแหล่งน้ำใกล้บริเวณดังกล่าว



ผู้อาวุโสซีเสียและเถาเยารู้ว่ามีผู้บุกรุก (จากพรายผีเสื้อ) ทั้งยังรู้ด้วยว่าดาวสองดวงที่ส่องสว่างเคียงข้างกันบนท้องฟ้า คือผู้บุกรุกและชิงเฉิน หลังปรุงยารักษาบาดแผลของหยวนหลิงแล้ว ชิงเฉินจึงไปพบซีเสียเพื่อรายงานเรื่องที่ตนผ่านการทดสอบ ซีเสียเลยมอบกุญแจรักษาความลับชนเผ่าให้ชิงเฉินเก็บรักษา เถาเยาเห็นว่าอยู่ๆ ก็มีผู้บุกรุกทั้งๆ ที่ไม่เคยมีคนนอกเข้ามาในหลีจิ้งเทียนนานนับยี่สิบปีจึงกังวลว่าสิ่งที่พวกตนหวั่นใจอาจกลายเป็นจริง ซีเสียกล่าวว่าดาวสองดวงโคจรมาพบกัน หากดวงหนึ่งต้องร่วงหล่น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งนั้น เถาเยากลัวว่าเภทภัยที่เกิดขึ้นบนโลกจะนำพาหายนะมาสู่เผ่าอูของพวกตน แต่ซีเสียมั่นใจว่าตนสามารถปกป้องโลกและเผ่าอูให้พ้นภัยพิบัติได้ เพราะตนวางแผนรับมือเรื่องนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว

 

ชิงเฉินใช้ยาดีที่สุดรักษาบาดแผลให้หยวนหลิง เพื่อให้แผลของเขาหายไวๆ จะได้ไปจากหลีจิ้งเทียน เมื่อเห็นว่าซีเสียระดมกำลังออกค้นหาผู้บุกรุก ชิงเฉินจึงเกรงว่าหยวนหลิงจะเดือดร้อนเพราะจนป่านนี้เขายังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นเสียที (ความจริงหยวนหลิงฟื้นแล้ว แต่เขายังไม่อยากไปจากหลีจิ้งเทียนเลยแกล้งไม่รู้สึกตัว) เธอเลยคิดที่จะพาเขาไปหลบซ่อนตัวในที่ๆ ปลอดภัยกว่า หลังได้รับแจ้งข่าวด่วนเกี่ยวกับเหตุการณ์ภายในวังจาก "โม่ปู้ผิง" ซีเสียและเถาเยาจึงสงสัยว่าที่ฮ่องเต้ลงมือกับองค์ชายหลิง (หยวนหลิง) อาจเป็นเพราะทรงล่วงรู้เรื่องโองการลับฉบับสุดท้ายที่อดีตฮ่องเต้ทรงทำไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ และป่านนี้สถานะที่แท้จริงขององค์ชายหลิงคงถูกแพร่งพรายแล้ว (หยวนหลิงเป็นโอรสของอดีตฮ่องเต้ ซึ่งถูกฮ่องเต้องค์ปัจจุบันปลงพระชนม์เพื่อแย่งชิงบัลลังก์)


เถาเยากล่าวอย่างรู้สึกผิดว่าในตอนนั้นพวกตนไม่มีทางเลือกเพราะบ้านเมืองกำลังมีภัย เลยจำเป็นต้องสนับสนุนฮ่องเต้องค์ปัจจุบันให้ขึ้นครองบัลลังก์แทน  ดังนั้นชีวิตขององค์ชายหลิงจึงเป็นหนี้ที่ชาวเผ่าอูติดค้างอดีตฮ่องเต้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกตนก็ต้องปกป้ององค์ชายหลิงให้ได้ ซีเสียเดาว่าตอนนี้องค์ชายหลิงน่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในหลีจิ้งเทียน เพราะองค์ชายถูกใส่ร้ายและโดนทหารตามไล่ล่าจนตกจากหน้าผา เขากำชับเถาเยาว่าก่อนพบองค์ชายหลิงพวกตนจะต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและคอยจับตาดูเงียบๆ เพราะถ้าหากองค์ชายหลิงอยู่ที่นี่จริงราชวงศ์ต้องไม่อยู่เฉยแน่ ส่วนตนจะออกตามหาองค์ชายเอง

 

หลังชิงเฉินพามาหลบซ่อนในที่ปลอดภัย หยวนหลิงหวนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าตอนที่ตนและกองทัพเสวียนเจี่ย (ทัพเกราะดำ) ถูกพระบิดา หยวนจี้ (องค์ชายสาม) และหยวนหมิง (องค์ชายเก้า) ใส่ความว่าเตรียมวางแผนก่อกบฏ ทั้งที่เขาเพิ่งกลับจากการตรากตรำทำศึกตามพระบัญชา (หยวนหลิงและกองทัพเสวียนเจี่ยเป็นที่รักและได้รับการยกย่องสรรเสริญจากประชาชนเกินหน้าเกินตาฮ่องเต้) หยวนหลิงจึงคืนตรานำทัพ (และกำลังทหาร) ให้ฮ่องเต้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ นึกไม่ถึงว่าฮ่องเต้ยังคงคิดสังหารเขาอีก อีกด้านหนึ่ง เสนาฯ ซ้าย "เฟิ่งเหยี่ยน" เห็นว่าหยวนหลิงตกจากหน้าผาโดยไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ราชสำนักจึงส่งคนออกตามหากันให้วุ่น แต่หยวนจ้าน (องค์ชายเจ็ด) กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและลอยตัวเหนือปัญหา เขาจึงมาเตือนหยวนจ้านว่าหากไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างอาจถูกฮ่องเต้ตำหนิได้ หยวนจ้านกล่าวว่าตนทูลพระบิดาไปแล้วว่าจะพักฟื้นอยู่ที่ตำหนัก หากยังพอมีเรี่ยวแรงตนจะดูแลพรรณไม้ของตน ที่แท้หยวนจ้านมีแผนอยู่ในใจเขาจึงบอกให้เฟิ่งเหยี่ยนส่งกระถางไม้ดอกที่เหี่ยวเฉากลับคืนหลีจิ้งเทียนในวันรุ่งขึ้น เฟิ่งเหยี่ยนได้ยินดังนั้นจึงเดาว่าหยวนจ้านต้องการล่อให้ผู้อาวุโสจอมเวทย์ออกมาจากหลีจิ้งเทียน




เมื่อชิงเฉินกลับมาดูอาการของหยวนหลิงอีกครั้งก็รู้สึกแปลกใจที่เขายังคงนอนแน่นิ่งทั้งที่ทุกอย่างเป็นปกติดี เธอจึงแกล้งเปรยว่าอาจต้องใช้เลือดหัวใจจอมเวทย์อย่างเธอมาผสมลงในตัวยาเพื่อให้เขาฟื้นจากความตาย แต่การทำเช่นนั้นจะทำให้เขาตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ หยวนหลิงได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นนั่งทันที ชิงเฉินกลัวอาจารย์มาพบแล้วตนเองจะเดือดร้อนจึงบอกให้หยวนหลิงรีบไปจากหลีจิ้งเทียน หยวนหลิงได้ยินว่าหลีจิ้งเทียนงดงามดุจแดนสวรรค์จึงขอเดินชมรอบๆ ก่อน (เพราะยังไม่อยากไป)  และนั่นก็ทำให้ทั้งคู่มีโอกาสใกล้ชิดกัน ซีเสียรู้ว่าชิงเฉินซ่อนหยวนหลิงไว้ในสวนบุปผชาติจึงแกล้งขอดูดอกไม้หายากที่เพิ่งผลิบานและกำลังจะถูกส่งไปถวายฮ่องเต้ในไม่ช้า




ซีเสียจงใจพูดให้หยวนหลิงได้ยินว่า เหล่าจอมเวทย์ชายหญิงเผ่าอูล้วนมีหน้าที่ในการปกป้องราชวงศ์ ในเมื่อตอนนี้ชิงเฉินเป็นผู้นำจอมเวทย์แล้วตนจึงขอมอบงานชิ้นหนึ่งให้เธอทำ เขาแจ้งข่าวเรื่องที่องค์ชายหลิงตกหน้าผาไม่ทราบชะตากรรม (ในตอนนั้นองค์ชายหลิงแอบฟังอยู่ห่างๆ ทางด้านหลัง) ก่อนบอกว่าราชลัญจกรหยก (ตราแผ่นดินตกทอด) ของอดีตฮ่องเต้อยู่ในความดูแลของตนมานานแล้ว วันนี้ตนจะมอบให้ชิงเฉินเป็นผู้ดูแลต่อ สิ่งนี้จะทำให้ราชบัลลังก์ต้าเว่ยสั่นคลอน ตนจึงอยากให้ชิงเฉินนำไปมอบให้ผู้อาวุโสโม่ที่อยู่ในวัง ชิงเฉินไม่นึกฝันว่าผู้เป็นอาจารย์จะให้ตนไปส่งมอบของสำคัญด้วยตนเอง ซีเสียกล่าวว่าถึงยังไงชิงเฉินก็ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจนอกหลีจิ้งเทียนสักวัน เพียงแต่ตนไม่คาดคิดว่าจะต้องส่งชิงเฉินออกไปทำงานที่ยากลำบากตั้งแต่คราวแรก เขาเตือนชิงเฉินว่าการเดินทางครั้งนี้จะส่งผลต่อชะตาของราชวงศ์และความอยู่รอดปลอดภัยของต้าเว่ย ดังนั้นชิงเฉินจะต้องระมัดระวังให้มาก พูดจบซีเสียก็ส่งราชลัญจกรหยกให้ชิงเฉินก่อนร่ายมนต์เป็นตัวอักษรสองคำว่า "หลิงหวัง" (องค์ชายหลิง)



เถาเยาอดเป็นห่วงไม่ได้เมื่อรู้ว่าซีเสียมอบหมายภารกิจสำคัญให้ชิงเฉิน ทั้งที่ชิงเฉินไม่เคยออกไปสัมผัสโลกภายนอก ซ้ำยังเพิ่งได้รับเลือกให้เป็นผู้นำจอมเวทย์ ซีเสียกล่าวว่าชิงเฉินเกิดมาพร้อมภารกิจนี้ ถึงยังไงเธอก็ต้องรับมือด้วยตัวเองอยู่ดี ดังนั้น พวกตนควรอยู่เฉยๆ และเฝ้าดูห่างๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อดาวคู่มาเจอกัน ชิงเฉินรู้ว่าหยวนหลิงได้ยินเรื่องที่ตนกับอาจารย์คุยกัน จึงย้ำว่าเธอจะออกจากหลีจิ้งเทียนเลยไม่อาจทิ้งเขาไว้ตามลำพังที่นี่ เธอรู้ว่าเขาคือองค์ชายหลิงและเชื่อว่าอยู่ดีๆ เขาคงไม่ตกลงมาในเขตหลีจิ้งเทียน เธอจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น ทั้งยังสงสัยว่าการปรากฏตัวของเขาคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ  หยวนหลิงกล่าวเพียงว่าตนถูกพี่น้องไล่ต้อนให้จนมุมริมหน้าผา จากนั้นก็ตัดบทด้วยการอาสาไปส่งเธอในวังเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของเธอ ชิงเฉินสงสัยว่าหยวนหลิงอาจมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง หยวนหลิงชี้ว่าด้านนอกจะต้องมีทหารจำนวนมากออกตามล่าตน หากชิงเฉินเดินทางเข้าวังตามลำพังคงรับมือไม่ไหวแน่  ชิงเฉินได้ยินดังนั้นจึงส่งพรายผีเสื้อออกไปตรวจสอบ ทำให้รู้ว่าหยวนจี้ (องค์ชายสาม) กับหยวนหมิง (องค์ชายเก้า) พร้อมเหล่าทหาร กำลังพลิกแผ่นดินตามล่าหยวนหลิง




เมื่อหยวนหลิงยืนยันว่าจะคุ้มครองเธอเข้าวัง ชิงเฉิงจึงถามว่า เขาคิดหรือไม่ว่าฝ่าบาทจะทำเช่นไรกับเขาหากตนนำราชลัญจกรหยกไปส่งในวัง หยวนหลิงกล่าวว่าหากเธอทำเช่นนั้นตนก็ไม่มีหมากที่จะนำมาต่อกรกับพระบิดา ชิงเฉิงถามว่าเขามาที่หลีจิ้งเทียนเพราะราชลัญจกรหยกใช่หรือไม่ หยวนหลิงไม่ตอบ เขารู้ว่าซีเสียล่วงรู้ความคิดตนจึงเปรยว่าตนประเมินพลังของผู้อาวุโสซีเสียต่ำไป ผู้อาวุโสทำให้ตนตัดสินใจลำบาก ชิงเฉิงลองใจหยวนหลิงด้วยการวางราชลัญจกรหยกลงบนมือแล้วยื่นเข้าหาเขา จากนั้นก็พูดว่าหากเขาชิงราชลัญจกรหยกไปจากตนจะสามารถต่อกรกับฮ่องเต้ได้ หยวนหลิงยื่นมือไปวางเหนือราชลัญจกรหยกพลางยอมรับว่าหากตนชิงราชลัญจกรหยกมาจากชิงเฉิงเหล่าขุนนางในราชสำนักจะหันมาสวามิภักดิ์และสนับสนุนตนแทน และนั่นก็จะทำให้ตนมีอำนาจในการต่อรองกับพระบิดา ชิงเฉิงได้ยินดังนั้นจึงกล่าวว่าดูเหมือนหยวนหลิงจะตัดสินใจได้แล้วควรทำอย่างไร หยวนหลิงจ้องหน้าชิงเฉิงก่อนชิงราชลัญจกรหยกไปจากมือเธอ






Views: 706